จากเรื่อง คนเกินร้อย หัวใจก็เกินร้อย1. จากเรื่องเล่า ใช้หลักการบริหารความเสี่ยงหรื่อไม่ ถ้าใช้ใช้ประเด็นใด ?
- ใช้ หลักการบริหารความเสี่ยงโดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เลิกเหล้า เก็บเงิน และหันมาประกอบธุรกิจ
2. ใช้หลักการหาลูกค้าตามเป็หมายหรือไม่ อย่างไร ?
- ใช้ โดยเป้าหมายของเขาคือลูกค้าของโรงแรม ซึ่งมากพอที่จะทำให้เขาไม่ต้องขับรถออกไปหาลูกค้า อีกทั้งตัวเขาเองยังรู้จักใช้กลยุทธ์ในการหาลูกค้า โดยการให้เปอร์เซ็นต์กับพนักงานต้อนรับหน้าโรงแรม
3. ข้อเสนอแนะในการบริหารความเสี่ยง จากกรณีดังกล่าว ?
- เขารู้จักที่จะสร้างโอกาสให้กับธุรกิจของตัวเอง โดยให้เปอร์เซ็นต์กับพนักงานต้อนรับหน้าโรงแรม
- เขารู้จักปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยการงดเหล้า
- เขาคำนึงถึงความเสี่ยงในวันข้างหน้าที่ยังคาดเดาไม่ได้ โดยการทำงานถึงแค่ช่วงเย็น
เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ต่อชีวิตและทรัพย์สิน
-เขานำหลักคุณธรรมเข้ามาใช้ โดยไม่เห็นแต่ผลประโยชน์ โดยไม่เก็บค่าหมัดจำ หรือการประกัน อีกทั้งยังเล็งเห็นถึงความเสี่ยงโดยให้ความเชื่อถือนั้นกับแค่ญาติที่สนิท ที่ไว้ใจได้
กลยุทธ์ ในการประกอบธุรกิจ
Red Ocean Strategy การทำธุรกิจในปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันอย่างมากจนสุดท้ายก็มีการตัดราคากันจนเป็นทะเลเลือด การแข่งขันธุรกิจที่พบเห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน ล้วนแต่ถูกจัดให้เป็น Red Ocean ทั้งสิ้น เนื่องจากบริษัทในอุตสาหกรรมแต่ละรายก็จะมุ่งเน้นจะเอาชนะคู่แข่งอื่นๆ เพื่อที่จะแย่งชิงลูกค้ามาให้ได้มากที่สุด และทำให้ได้กำไรมากที่สุด ซึ่งก็คือชื่อที่มาของ Red Ocean นั่นเอง ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไป เช่น โทรศัพท์มือถือ ที่แข่งขันกันสูงมากในปัจจุบัน ทั้งผู้จำหน่าย และผู้ให้บริการเครือข่าย หรือรถยนต์ เป็นต้น
Blue Ocean คือแทนที่จะมุ่งลอกเลียนแบบและเอาชนะกัน ก็ให้มุ่งหาทะเลแห่งใหม่ซะ โดยใช้หลักการ Eliminated Reduced Raised หลักการของ Blue Ocean นั้นจะไม่มุ่งเน้นที่จะตอบสนองต่ออุปสงค์ที่มีอยู่ แต่จะเน้นในการสร้างความต้องการหรืออุปสงค์ขึ้นมาใหม่ (Demand Creation) โดยไม่สนใจและให้ความสำคัญกับคู่แข่งเดิมๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรม ก่อให้เกิดความแตกต่าง ในขณะที่องค์กรก็จะลดต้นทุนในส่วนที่ไม่จำเป็น และนำไปสู่การเติบโตขององค์กร
White Ocean Strategy เป็นการทำธุรกิจโดยเน้นจริยธรรมและคุณธรรมเข้าไปด้วย เพื่อเป็นการตอบแทนสังคม
ความคุ้มค่า คือ ความพอใจ หาก ใช้วิธีคิดแบบนี้ ความคุ้มค่า ก็ไม่ได้หมายถึงของถูก แต่กลับมีส่วนประกอบอื่นๆ ทั้ง คุณภาพ การใช้สอย ปริมาณ อายุการใช้งาน ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง รายได้ ซึ่งทำให้เกิดการคิดที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น แต่ก็จะช่วยให้เกิดการบริหารการเงิน หรือจัดการเศรษฐกิจของตนเองและครอบครัวดีขึ้น
หลักการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ
จำแนกออกเป็น 5 ประเภทงบรายจ่าย ได้แก่
1.1 งบบุคลากร
1.2 งบดำเนินงาน
1.3 งบลงทุน
1.4 งบเงินอุดหนุน
1.5 งบรายจ่ายอื่น
1.1 งบบุคลากร หมายถึง รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารงานบุคคลภาครัฐ ได้แก่ รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างประจำ ค่าจ้างชั่วคราว และค่าตอบแทนพนักงานราชการ รวมถึงรายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายจากงบรายจ่ายอื่นใดในลักษณะรายจ่ายดังกล่าว
1.2 งบดำเนินงาน หมายถึง รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารงานประจำ ได้แก่ รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ และค่าสาธารณูปโภครวมถึงรายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายจากงบรายจ่ายอื่นใดในลักษณะรายจ่ายดังกล่าว
1.3 งบลงทุน หมายถึง รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการลงทุน ได้แก่ รายจ่ายที่จ่ายในลักษณะค่าครุภัณฑ์ ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง รวมถึงรายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายจากงบรายจ่ายอื่นใดในลักษณะรายจ่ายดังกล่าว
1.4 งบเงินอุดหนุน หมาย ถึง รายจ่ายที่กำหนดให้จ่ายเป็นค่าบำรุงหรือเพื่อช่วยเหลือ สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญหรือหน่วยงานของรัฐซึ่ง มิใช่ราชการส่วนกลางตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน หน่วยงานในกำกับของรัฐ องค์การมหาชน รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาตำบล องค์การระหว่างประเทศ นิติบุคคล เอกชนหรือกิจการอันเป็นสาธารณประโยชน์ รวมถึง เงินอุดหนุนงบพระมหากษัตริย์ เงินอุดหนุนการศาสนา และรายจ่ายที่สำนักงบประมาณกำหนดให้ใช้จ่ายในงบรายจ่ายนี้
1.5 งบรายจ่ายอื่น หมายถึง รายจ่ายที่ไม่เข้าลักษณะประเภทงบรายจ่ายใดงบรายจ่ายหนึ่ง หรือรายจ่ายที่สำนักงบประมาณ
กำหนดให้ใช้จ่ายในงบรายจ่ายนี้ เช่น เงินราชการลับ เงินค่าปรับที่จ่ายคืนให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้าง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น